ความรู้ล่องแก่งล้ำน้ำเข็ก,ลำน้ำปอย, ลำน้ำว้าตอนบน,ลำน้ำว้าตอนกลางที่บันทึกไว้

ลำน้ำเข็ก
ไม่รู้ว่าช่วงเวลาไหนดีสุด แต่ตอนไปประมาณ 19 ส.ค.60 น้ำที่เข็กดีทีเดียวเล่นสนุก (เค้าบอกว่ากลางๆค่อนน้อย) แต่สนุกดี ระยะทางคุ้นๆว่า 10 กม.มั๊ง ระยะเวลาประมาณ ชม. ถึง ชม.ครึ่ง
วันที่สองไปล่องแก่ง เริ่มที่น้ำตกปอย ซึ่งเป็นแก่งระดับที่ 4,5 รัวๆ ไม่มีนั่งชิวเท่าไหร่ ระยะเวลาประมาณ 40 นาที เน้นๆ แต่โคตรแจ่ม (มีวิวมหากาฬที่น่าจดจำ กว้างๆคลืนๆ สวยมาก)
เวลาไปเอง ให้ต่อรองว่าล่องปอยแล้วขอ “แถม”ต่อเข็ก (เข้าใจว่าช่วงหลัง) ต่อ (เพราะมันเป็นทางผ่านอยู่แล้ว)
ลำน้ำเข็ก เป็นล่องแก่งสนุกและโหดมาตรฐานที่กำลังดี ส่วนลำน้ำปอย สนุกมากและอันตรายกว่า น้ำแรงกว่า มันกว่า สั้นกว่าแต่อัดแน่นด้วยคุณภาพสุดๆใน 40 นาที

ลำน้ำว้าตอนบน
พี่จอม ผู้เชี่ยวชาญ (แกไปล่องมาแล้วรวม 24 ครั้ง มากสุดแล้ว) บอกว่าจากสถิติ ลำน้ำว้าตอนบนจะดีสุด คือสัปดาห์ที่สองของ กย. (สัปดาห์แรกน้ำมากไปเล่นไม่ได้อันตราย ที่ตุ๊ต๊ะอดเล่นไง)

ล้ำน้ำว้าตอนกลาง
พี่จอมผู้เชี่ยวชาญบอกว่า น้ำดีสุดจะเป็นสัปดาห์ที่สี่ของ ก.ย. เพราะน้ำกำลังดี น้ำมากไปก็เลยแก่งพายเรือข้ามไปเลย

ล้ำน้ำว้าตอนบนและกลาง จะไม่มีทางเล่นสนุกทั้งสองที่ได้พร้อมกัน เพราะถ้าน้ำว้าบนกำลังดีเล่นสนุก ตอนกลางจะมากเกินไป (มีน้ำมาเพิ่มระหว่างทางโดยภูเขา) พายข้ามหินแก่งลอยผ่านไปเลย แต่ถ้าน้ำที่ตอนบนน้อย ตอนกลางจะกำลังดี (มีน้ำเพิ่มระหว่างทาง) ฉะนั้นจะสนุกสองที่เป็นไปไม่ได้ (แกไป 24 ครั้งแล้วเชื่อแกเถอะ)

เราไปช่วง ปลาย กย.-ต้น ต.ค. ถือว่าว้าตอนบนกลางค่อนข้างน้อย มีเรือติดแก่งบ้าง แต่ตอนกลางสนุกและโหด น่ากลัวน้ำแรง
เค้าบอกกันว่า ล่องแก่งลำน้าว้าเริ่มได้ตอน ต้น ก.ย.ถึงสัปดาห์แรกของ ต.ค. (จากสถิตินะ ของจริงก็ต้องดูน้ำฝนเป็นปีๆไป)
ล้ำน้ำว้าตอนบน ถือว่าธรรมดา มีแก่งสนุกๆโหดๆบ้าง แต่พายเรือชมวิวก็มาก ทำให้ ล่องแก่งเข็ก+ปอยสนุกว่ามาก (จริงเราไปตอนน้ำน้อยเลยยังตัดสินไม่ได้เท่าไหร่)
ล้ำน้ำว้าตอนกลาง ถือว่าโหดมาก อันตรายมากๆ ครึ่งเช้าถือว่ากลางๆสนุกๆมีแก่งโหดๆบ้าง แต่ช่วงบ่าย อัดโหดๆรัวๆ แม่งอย่างโหดและอันตราย สนุกจัดๆ

ส่วนลำน้ำว้าตอนล่าง
ไม่เคยไป แต่เค้าบอกกันว่า ไม่โหดเท่าไหร่ (ยังไมได้ดูรีวิวอะไร)

วิธีการพายและการนั่งเรือยางล่องแก่งของเอกกรี้ (เก็บไว้อ่านส่วนตัวเลย และอาจไม่ถูกต้องด้วย อย่าเลียนแบบ)
วิธีนั่งแบบนี้พายได้โหดๆเลย ไม่มีหล่นน้ำด้วย ถ้าหล่นทิศหล่นจะหล่นเข้าไปในเรือ ไม่มีออกจากเรือ
นั่งแบบเลขสี่ ขาหน้าสอดตรงริมปล่องที่มีรูๆ (ไม่ใช่ให้ก้อนลมมาทับขา) ส่วนขาหลังที่พับก็ไปยันกลับลูกก้อนลมด้านหลัง แล้วช่วงปะทะคลื่นตัวเราจะยื่นออกนอกเรือด้วย (อาจจะดูฝืนความรู้สึก แต่ทำได้จะเจ๋งนะ 5555) ทำให้ขาหน้าตึง และขาหลังก็กระชับ (เพราะยืดตัว ถ้าหดตัวมันจะไม่่ตึง) นั่งแบบนี้แน่นดี ถ้าน้ำประทะหน้าหรือเรือสะบัดไม่มีหล่น ทิศที่ตัวจะหล่นมีแต่จะหล่นไปในเรือ ไม่มีหล่นนอกเรือ ระยะที่น้ำจะกระแทกให้หล่น กรณีนั่งฝั่งขวา คือที่ 2-3 นาฬิกา (ถ้านั่งฝั่งซ้ายก็ 9-10นาฬิกา) แต่ถ้าหล่นคือหล่นในเรือ โอกาสตกเรือต่ำมาก

และการเตรียมกระแทกลงแก่ง
ก็สำคัญ ให้ทำเหมือนขี่ม้า คือเอนตัวชดเชยรอ เช่นถ้าลงแก่งข้างหน้าดิ่งๆ ก็ให้เอนเตัวไปข้างหลังเวลาล่วงลงแก่ง จะทำให้ตัวบาล๊าน คอนโทรลตัวเองในเรือง่าย

การพาย
สมมุติพายขวาจับพายมือขวาให้เหมือนดึงเข้าหาข้างเรือ (ไม่ใช่จุดหมุนซะทีเดียว) และมือซ้ายก็ดันไปข้างหน้า ช่วยเพิ่มพลังให้พายกินน้ำ (แขนขวาดึงเข้าหาข้างตัว แขนซ้ายดันไปข้างหน้าเพิ่มพลังใบพายกินน้ำ)

ความปลอดภัย

  • สิ่งสำคัญมากที่ประสบการณ์ตรงก็คือ ระยะห่างของเรือ ต้องเว้นระยะห่างพอประมาณ เพราะถ้าเรือลำแรกถูกคลื่นดูดยังพายออกมาจากตรงนั้นไม่ได้ ลำสองอาจชนได้เลยอันตรายมาก
  • คนนั่งกลางให้จับชูชีพตรงบริเวณเอวของคนพายซ้าย และพายขวา ตัวคนจับเองก็มีหลักยึด และตัวคนซ้ายและคนขวาก็เซฟโอกาสตกเรือ โดยการจับให้ตึงๆ (ไม่ใช่ดึงนะ) โดยอย่าลืมว่าเราจะดึงเค้าได้แค่ตอนน้ำหนักเค้าถ่ายนั่งอยู่บนปล่องลม ถ้าตัวเค้าตกจากเรือไปแล้ว ดึงไม่ได้แล้วเพราะน้ำหนักมันมากไป คือถ้าคนข้างเสียหลักมือเรายังตึงอยู่ พอเค้าจะหล่นเราจะดึงเสื้อเค้าทันเค้าจะไม่ตกเรือจากด้านข้าง
  • ถ้าตกน้ำจากเรือ ถ้าน้ำเชี่ยวอย่าจับเรือ เพราะเราจะไปตามเรือตามร่องน้ำ อันตราย ให้ว่ายเข้าฝั่งซ้ายหรือขวา แต่ถ้าตกเรือตอนน้ำไม่เชี่ยว ก็ให้เกาะเรือนั่นแหล่ะ
  • ถ้าตกเรือ ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าทิ้งพาย ให้ถือไว้ เพราะจะช่วยจากน้ำวนได้ และ ถ้าจะชนแก่งก็เอาไม้ยันช่วยลดแรงกระแทกได้